ห่างหายไปนาน
นานจนท้อ แทบจะทิ้งไปเลย
แม่งเบื่อน่ะครับ ไม่มีอะไร
ก็ ช่างแม่ง เมาแม่งแหกด่านเลย
งานการไม่เป็นอันต้องคิด ต้องอ่าน ต้องทำกัน
นั่งเบื่อไปวันๆ ผมโทรศัพท์ยกเลิกงานที่รับจ้างมาทั้งหมด ใครจะเสียหายห่าอะไรมา กูไม่รู้ ก็กูทำไม่ได้นี่หว่า
คนจ้างแม่งก็คงเอือมระอาผม แต่ทำไงได้ ก็กูทำไม่ได้นี่หว่า ไม่รู้จะฝืนไปทำไม
กูไม่ทำ มันก็ต้องมีคนอื่นทำแหละ แต่จะว่าไปผมเองก็มีส่วนผิดอยู่มาก น้องๆ มันหางานให้ทำ เสือกไม่ทำ
แต่ในห้วงยามนี้ ทรงฤทธิ์ จะทำอะไรได้ ….
แต่ก็อย่างที่ผมคิด ….
ผมคิดว่า กูทำไปทำไมวะเนี่ยะ ทำแล้วได้ตังค์ มีเหล้ากิน มีเงินจ่ายค่าเทอมลูก
แต่เช้ามา กูก็ต้องมานั่งกลุ้ม ไม่สบายใจ ในเรื่องราวที่แม่งไม่จบซักที เรื่องราวที่แม่งไม่เกี่ยวกะงานที่กำลังทำอยู่เลย และแม่งแปลก เสือกทำให้เราทำงานไม่ได้ อะไรมันจะขนาดนั้น ว่ามั้ย
…. เรื่องราวบางอย่างมันกวนใจ มันไม่สงบพอที่จะนั่งนิ่งๆ แล้วทำงาน
จิตใจนั้น มิต้องเอ่ยถึง มันไม่มีแม้แต่อารมณ์ที่จะยิ้มรับตัวเองในยามเช้า
เมื่อเป็นเช่นนั้น ถูกต้อง ชีวิตมันจะไปทำห่าอะไรได้
กูไม่ได้ใส่ รอลิเอะ นอนนี่หว่า จะได้หลับสบายทั้งคืน
ดิ้นรน กระสับกระส่าย ฝันร้าย ตื่นมาเหงื่อท่วมตัว อ้าวกูนอนละเมออีกแล้ว
….. ค่ำคืนในบางครา กว่าจะผ่านมันไปได้ ผมต้องแลกมันมาด้วยน้ำตา …… น้ำตาที่ผมนั่งร้องให้ในยามดึก แล้วบอกตัวเองว่า กูสงสารมึง ….
ใยต้องพร่ำเพ้อ ถึงยามกลางวัน มันก็นรกไม่ต่างกันเท่าใดนัก
ใช่หรือไม่ว่า เราก็สร้างปัญหาเหล่านั้นมาด้วยตัวเราเอง และเราก็หลีกหนีมัน มันจึงตามมากวนเราให้ขุ่นมัว
ใช่หรือไม่ว่า เมื่อเราไม่แก้ปัญหา มันก็ไม่จบสิ้น
เมื่อมันใช่ เหตุผลใด ที่ทำให้เราไม่ทำ อะไรที่มันทำให้เราหลีกหนีปัญหานั้นมา
มันก็ย่อมมีเหตุ แต่จะไปกล่าวถึงมันทำไม ก็เพราะว่า กล่าวไป ไม่มีอะไรดีขึ้น เพราะสิ่งเหล่านั้น มันเกิดขึ้นและผ่านเลยไปแล้ว
แต่ที่ไม่เข้าใจ ทำไม มันไม่ผ่านไปเช่นฝันร้ายที่เราประสบมาเมื่อค่อนรุ่ง
เราจำต้องชดใช้กรรมนี้ ไปอีกนานเท่าใด กรรมที่กรีดแผลลึกแห่งความเจ็บปวด ลงในใจเรา มันจะแผ่วหายไปเมื่อใด
ในเมื่อเรายังกรีดแผลใหม่กันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
แล้วมึงจะบ่นไปทำไม ให้มันมากความ เดี๋ยวงานก็เข้าอีกแหละ (ฮา)
ก็บอกท่านผู้อ่านเขาไปว่า ที่ห่างหายไปนี่ ไม่มีอะไรหรอก ไม่สบายใจ
ก็เท่านั้นแหละ หอกหักเอ๊ย
เมื่อเย็นนั่งกินเบียร์
เสียงแว่วมาจากโทรทัศน์ ปู่เย็น เฒ่าทรนงแห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี เสียชีวิตแล้ว
ไปดีครับปู่ ผมชอบปู่เย็นมานาน ตั้งแต่รู้จักปู่ผ่านทางรายการ คนค้นคน มาหลายปีดีดักแล้ว
ชอบแกน่ะครับ ช่างเป็นวัยชราที่มีสีสัน และ เอ้อ ขอโทษครับปู่ ผมว่าแกเป็นคนแก่ที่กวนตีนดี คือประมาณว่า มึงไม่ต้องมายุ่งกะกู อะไรประมาณนั้น
ปู่เย็น สอนให้ผมรู้ว่า ชีวิตมันไม่ได้มีห่าอะไรเลย มึงจะไปอะไรกับมันนัก หาผักหาปลา เลี้ยงชีพ อยู่ไป เดี๋ยวก็ตาย แค่นั้น แต่ในขณะที่อยู่ อย่าให้ชาวบ้านเขาด่าเป็นพอ ทำงาน รักในสิ่งที่ตัวเองเป็นและอย่าไปสร้างเรื่องเพิ่ม เรื่องเดิมก็จะตายห่าแล้ว ปู่เย็นบอกว่า ไม่อยากได้อะไรเลย จริงของแกนะครับ ไม่รู้จะเอาอะไรไปให้แกนัก สบายแล้วปู่ สักวันผมจะตามไป ตอนนี้ขออยู่กินเหล้าก่อน แฮ่ม
ผมนั่งซึมไปพักใหญ่ ว้าเหว่ เหงาๆ ไงก็ไม่รู้ เหมือนได้ข่าวเพื่อนตาย เดินไปซื้อเบียร์มาเพิ่ม เมาแม่งเลยวะ วันนี้ อาลัยปู่เย็น
ชีวิตคนเรามันก็แค่นี้ ลูกหลานอวยพร หมอรักษา ผู้คนแห่แหนให้กำลังใจ ให้เงินทองยังชีพ แต่ปู่แกบอก ไม่เอาแล้ว พอแล้ว
สุดท้าย ปู่แกก็หลับไปอย่างสงบในเรือของแก เรือที่แกแกว่งไกวมาค่อนชีวิต ไปดีนะครับปู่ เฒ่าทรนงที่กวนตีนที่สุด แห่งลุ่มน้ำเพชรบุรี
ผมดูข่าว หมอปั้มหัวใจปู่ที่โรงพยาบาล เอาใจช่วยปู่อยู่ลึกๆ อย่าฟื้น ปู่อย่าฟื้น อย่ากลับมาสู่โลกเปรตๆ นี้อีกเลย อย่าฟื้นนะครับปู่ ผมขอร้อง
…… และแล้วปู่ก็จากไป ไปดีครับปู่ ถึงแม้เราจะไม่รู้จักกัน แต่ผมแสดงความดีใจด้วยครับปู่ ที่ปู่จากไอ้ประเทศบ้าๆ นี้ไปได้อย่างถาวร
….. แล้วผมจะตามไป อีกภพหนึ่งมันคงต้องมีอะไรสงบบ้าง ไม่งั้นธรรมชาติจะกำหนดหรือว่า พอถึงเวลาหนึ่ง ทุกคนก็ต้องตาย
เอาและมึง งานเข้าแน่ ….
…… และเชื่อมั้ย พรุ่งนี้ สกู๊ปชีวิตปู่เย็น แม่งออกทุกช่องแน่ๆ หนังสือพิมพ์ต้องลงหน้าหนึ่งทุกฉบับ และพนันกันมั้ยว่า ไม่มีช่องใด ไม่มีหนังสือพิมพ์ฉบับใด ที่ด่าปู่เย็นเลย มีแต่ยกย่องปู่ เชื่อผมมั้ย อ้าวก็ปู่แกเป็นคนดีจริงๆ นี่หว่า
อ่ะ ถ้า สมมุติ จำลองตาย สนธิตาย ปู่เย็นตาย ตายพร้อมกันนี่แหละ อ่ะรวมผมด้วยก็ได้ ผมว่า ไม่มีใครว่าร้ายปู่เย็นเลย
ผมอาจโดนประนามมากกว่ามหาจำลอง โทษฐานที่เคยเอารถไปชนเสาไฟฟ้าหัก ชาวบ้านเขาไฟดับไปค่อนเมือง ผมอาจโดนด่าว่า ทำ พรีเส้นเตชั่นเสนอหน้านาย สู้เขตพื้นที่ทำก็ไม่ได้ ผมอาจโดนน้องที่ค้ำประกันสหกรณ์ให้มันด่า ว่าทิ้งภาระไว้ให้มัน แต่สำหรับปู่เย็น มันไม่ใช่ ส่วนมหาจำลองน่ะ เค้าชั้นเทพแล้ว หมาไหนจะไปว่ากล่าวเค้าได้ พี่เค้าตายไป พันธมิตรก็เขย่ามือตบเกรียว ใช่มั้ยครับพี่น้อง เอ้าเฮ (ฮา)
ดังนั้น ท่านผู้อ่านครับ เวลาอยู่น่ะนะ ทำตัวกันดีๆ หน่อย ตายห่าไป อย่าให้เขาด่า นี่ปู่เย็นแกเอาชีวิตแกสอนเราเลยนะครับ
ส่วนผม ปู่สอนก็จริงแต่กูทำไม่ได้ ขอโทษครับปู่(ฮา)
…. ไปดีครับปู่ …. โชคดีครับ เพื่อนชีวิตที่ดีอีกผู้หนึ่ง ….
พอเมาได้ที่ ผมก็มานั่งคิด เออ จริงของปู่เย็น ปู่สอนแม้กระทั่งชื่อแก แกสอนว่า มึงเรียกชื่อกู มึงเย็นๆ กันมั่งได้มั้ย ปู่เย็น ปู่เย็น แต่ในใจน่ะห่าอะไรกันก็ไม่รู้ ร้อนรุ่ม อาฆาต เคียดแค้น ชิงชัง อารมณ์บูด เย็นๆ นั่งดูแสงตะวันรอนลับโค้งน้ำที่เพชรบุรี แล้วสูดกลิ่นความเย็น นั่งมองชีวิตกันอีกสักครั้ง
ปู่ล้มกายลงคืนร่างแก่ผืนดินแล้ว ทรงฤทธิ์มึงควรลุกขึ้นมาได้แล้ว
อ้าวจริงๆ นะ ผมคิดแค่นี้จริง
ไอ้ห่า ปู่เย็นแกตายไป แกยังมีเรื่องดีๆ ให้คนถามถึงไง
แล้วกูล่ะ วันๆ เอาแต่เมา แย่โว้ย
อีกแว้บนึง เราก็ไปตามปู่เย็นแล้วนี่หว่า
ปู่เย็นครับ การตายของลุง ทำให้ผมลุกขึ้นมาอีกครั้งครับ(ฮา)
ไม่หรอก พูดไปงั้น มันคงลงตัวพอดี
คิดไว้หลายวันแล้ว ว่าจะกลับมา แต่มันก็ยังอิดออด ขี้เกียจ เหมือนเราตื่นมาตอนเช้าแล้วรู้ว่า เฮ้ยวันนี้ วันหยุด เราก็นอนแม่งต่อ เรื่อยเปื่อยเฉื่อยแฉะไปตามเรื่อง จนหมดวันหยุด แล้วเราก็จะพบว่า อ้าวนี่แม่งเช้าวันจันทร์แล้วนี่หว่า โอยกูต้องไปทำงาน ไปผจญกะไอ้ม็อบเหี้ยนั่นอีกแล้ว กูต้องไปฟังไอ้เจ้านายหัวใสกูพร่ำเพ้อโครงการบ้าๆ มันอีกแล้ว กูต้องไปประชุมบื้อๆ อีกครึ่งวัน โอย แต่ เราอิดออดไม่ได้ใช่มั้ยครับ เราก็ต้องเด้งดึ๋งลุกขึ้นมาอาบน้ำ ไปทำงาน เพราะถ้าไม่ทำก็ไม่มีแดก ไม่มีที่ยืนในสังคม จะว่าไปงานเหี้ยๆ ที่ผมทำอยู่เนี่ยะ มันก็ไม่มีดีอะไรหรอก แม่งดีอย่างเดียว ทำให้เรามีที่ยืนในสังคม ทนๆ ทำแม่งไป
ก็คิดๆ ดู เออ ไหนๆ มันก็ไหนๆ แล้ว อยู่ไปก็ตายเปล่า เรื่องดีๆ แม่งก็คงไม่เท่าไหร่ ปุบปับ ตายห่าขึ้นมา แม่งหาเรื่องทำหนังสืองานศพไม่ได้ เอาแม่งข้อเขียนกูนี่แหละวะ ให้พวกมางานศพเอาไว้อ่านกันแก้เซ็ง
เรื่องเทคนิค ที่จะกู้ชีพอีเว็บ ซ้งฮ่ะดอทเน็ท ขึ้นมาใหม่ ไม่ยากเลย
แต่การกูชีพอีคนเขียน ให้แม่งลุกขึ้นมาจิ้มคีย์บอร์ด บอกเล่าเรื่องราว มันยากเย็นยิ่งกว่า
มันก็คงมีหลายเหตุผล หลายเหตุปัจจัย
ไม่ว่าจะเป็น มีคนมาบอกว่า เฮ้ย เมื่อไหร่จะเขียนต่อ มีคนรออ่านนะ มันน่าอ่านขนาดนั้นเลยหรอวะเนี่ยะ แต่มันก็ปลื้ม เป็นธรรมดา
บ้างก็ว่า ซ้ง แกเขียนซะทีเหอะวะ ชั้นรออ่าน
มีบางคน ลงทุน ฟอร์แม็ท เครื่องตัวเอง เพียงเพราะว่า กูนึกว่าเครื่องกูแม่งไม่รับข้อเขียนใหม่ของมึง (แม่งบ้า)
ก็มีอีกหลายคน(จำนวนมากซะด้วย) เออ แม่งเลิกๆ ไป ดีแล้ว รำคาญ บ่นห่าไรก็ไม่รู้ ไม่ได้เรื่อง ไร้สาระ
บางคน มันก็เยาะเย้ย หมดมุกอ่ะดิ่ เขียนไม่ออกใช่ม้า
บางคนมันก็ห่วงเรานะ แกไม่เขียนน่ะดีแล้ว ชั้นขี้เกียจไปเยี่ยมแกในคุก
หลากหลายชีวิต เรื่องราว ผ่านมาแล้วผ่านไป ผ่านพบไม่ผูกพัน ….
คนเราสัมพันธ์กัน เฉกเช่น สายน้ำกับโตรกผา บ้าคลั่ง ถาโถมใส่กัน โตรกผาก็ผุกร่อนด้วยแรงน้ำ ยอมผุกร่อนเพื่อรักษาก้อนแกร่งแห่งหินผา สายน้ำนั้นเองก็อ่อนล้า ใช่หรือไม่ว่า เมื่อสายน้ำผ่านการทุ่มพลัง ถาโถมใส่โตรกผา ผ่านแก่งคู้ เมื่อสู่ทางโล่ง สายน้ำจะพักผ่อน ไหลเอื่อย เอาแรง เย็นสงบนิ่ง ดั่งธารหยกที่โอบล้อมโตรกผาหินดินดาน ไหลเอื่อยพักเอาแรง ไหลล่องสู่สงบแห่งมหานทีอันเวิ้งว้างเบื้องหน้า
โตรกผา เมื่อยามน้ำน้อย ก็สั่งสมพลัง สร้างโตรกผาใหม่ที่แข็งแกร่ง จากตะกอนหินแร่และกรวดทรายที่สายน้ำพัดพามาทิ้งไว้ ยืนหยัด รอสายน้ำหลากที่ถั่งโถมมาอีกครั้ง เมื่อฤดูกาลมาถึง
แต่หากเราพินิจดู เราจะพบว่า ไม่ว่าสายน้ำ หรือโตรกผาในแก่งหิน มันไม่เคยเบาะแว้งกัน มันถาโถมใส่กัน นั่นเป็นเพราะชิวิตมันเป็นอย่างนั้น มันมีฤดูกาลของมัน สายน้ำไม่เคยทำให้โตรกผายับเยิน ล่มสลาย โตรกผามิเคยปิดกั้นการสัญจรของสายน้ำ แผ่นดินไม่เคยกำหนดคดโค้งของคุ้งน้ำ ทุกอย่างเกื้อกูล สอดประสานกัน นั่นแหละชีวิต
ใยเลยเราจะปิดกั้นตัวเองออกจากความทุกข์ สับสน
ใยเลยเราจะหลีกหนีจากอารมณ์ในยามน้ำหลาก น้ำใจที่เหือดแห้ง มีแต่อาฆาตที่ถั่งโถมเข้ามา
โตรกหินที่แข็งแกร่ง กับสายน้ำที่อ่อนโยน แต่เกรี้ยวกราด
โตรกหินรับสายน้ำที่เกรี้ยวกราด ด้วยความแข็งแกร่ง
แต่ อย่างที่ว่า สายน้ำก็หาทางออกให้ตัวเองเช่นกัน เคยพินิจดูหรือไม่ว่า โตรกผาที่แข็งแกร่ง มักเต็มไปด้วยรูพรุน แก่งแต่ละที่ หินจะเนียนลื่น รอรับการไหลของสายน้ำ โตรกผาหินรอสายน้ำหลากทุกฤดูกาล
สายน้ำขัดเกลาความแข็งกระด้างของโขดหิน โตรกผาหินหยุดยั้งกระโชกแรงแห่งอารมณ์ของสายน้ำ ใช่ สายน้ำที่ไหลหลั่งกระโชกแรง ยามเมื่ออยู่ในทางน้ำที่โล่งเตียน ก็แค่สายน้ำไหลเชี่ยวสายหนึ่ง ยามเมื่อพบเจอโตรกผาหินที่ทมึนขวางหน้า สายน้ำนั้นจึงจะแปรขบวนเปลี่ยนเป็นเขี่ยวกราก เพื่อถาโถม พังทลายโตรกผาหิน โตรกผาหินก็รู้ว่า มันควรมีสักสิ่งที่ถักทอความรู้ให้สายน้ำให้รูว่า ควรมีระดับความเกรี้ยวกราดได้เพียงใด มันยังมีสิ่งที่ มากกว่าที่เราเป็นอยู่
สายน้ำก็จะรู้ว่า ควรไหลไปทางใด โตรกหินรู้ว่าควรจะผ่อนปรนสายน้ำ เบี่ยงไปทางใด โตรกของตนจึงไม่พังเพราะสายน้ำ สายน้ำก็รู้เช่นกันว่า ควรจะไปทางใด จึงจะผ่านพ้น แล้วพักผ่อน ไหลเอื่อยสู่มหานที ….. ไปเป็นสายน้ำที่สงบนิ่ง ….
สายน้ำเกรี้ยวกราด โตรกผาทมึน แรงต้านที่แข็งแกร่ง สายน้ำที่เชี่ยวกราก เหตุผลใด ที่ทั้งสองยังก้าวล่วงฤดูกาล มานับพันปี สายน้ำ กับ โตรกผา ใยเลยยังอยู่คู่กัน ….
มีแต่โตรกผาที่ทนงตนเท่านั้นที่พังทะลายลง มีแต่สายน้ำที่โง่เขลาเท่านั้นที่วนอยู่ในแอ่งของโตรกผาในถ้ำแห่งความทุกข์ ไม่พ้นพักผ่อนที่ห้วงมหานที
หากอยากเป็นเช่นสายน้ำจงสงบนิ่ง แต่อย่าเสื่อมคลายพลัง
หากอยากเป็นเช่นโตรกผาหิน ควรแข็งแกร่ง แต่อ่อนโยน ผ่อนปรน
หากอยากมีชีวิตอยู่อย่างสงบ ควรหาเวลาพูดคุยกับตัวเอง
เงยหน้าขึ้นมองบนฟ้า ดูปุยเมฆที่อ่อนละมุน ปลอบโยน อย่าโบยตีตัวเอง
ในยามที่ท้อแท้ แพ้พ่าย สิ้นหวัง ลุกขึ้นมา
คิดถึงโตรกผาหินและสายน้ำอันเชี่ยวกราก ที่สองสิ่งนั้นกระทำต่อกัน
ชีวิต สุข และทุกข์ มันเกื้อกูลกัน ไม่มีทุกข์ ใยเลยเราจะรู้จักสุข
เพราะว่าเรารู้จักสุข ใช่หรือไม่ เราจึงรู้ว่ามันเป็นทุกข์
ปล่อยให้ สายน้ำและโตรกผาหินในหัวใจเรา มันถาโถมเข้าใส่กันตามฤดูกาล
เราก็เพียงแต่เฝ้ามองมัน ด้วยความเข้าใจ
คิดถึงอีกชีวิตหนี่ง ที่เป็นเพื่อนชีวิตที่ดีของเรา
ทรงฤทธิ์ สร้อยอาภรณ์
12 ตุลาคม 2551















